ประวัติ

นายกอบโชค พ่วงพีผู้เป็นบุตรของนางรจิต พ่วงพี มารดาซึ่งรับราชการอยู่ในหน่วยผดุงครรภ์ สาธารณสุขอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้านแพทย์แผนไทยบางส่วนให้ลูกหลานได้สืบถอดกันรุ่นต่อรุ่น เนื่องจากตนเห็นมารดาปรุงยาจากสมุนไพรต่างๆในแบบฉบับแผนโบราณ เพื่อใช้เป็นยารักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆให้กับผู้ป่วย นายกอบโชคจึงมีความเลื่อมใสและศรัทธาในพืชสมุนไพรของไทยมากกว่ายาเคมีของชาวต่างชาติ

จนกระทั่งเมื่อปี 2532 ตนมีอาการกำเริบจากโรคหัวใจโตและมีเส้นเลือดหัวใจตีบ แพทย์ผู้รักษาจากโรงพยาบาลต่างๆ ได้แนะนำให้ตนเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัดหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ ตนซึ่งได้รู้จักกับสมุนไพรใหม่ชนิดหนึ่งชื่อว่า เปล้าตะวัน (เปล้าแดง) จึงขอเวลาจากแพทย์ผู้รักษาที่จะทดลองรักษาแบบแพทย์ทางเลือดเสียก่อนสักช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงได้ทดลองทานยาต้มจากสมุนไพรเปล้าตะวันอย่างจริงจัง วันละ 3 เวลา ทานครั้งละ 1 แก้ว เป็นระยะเวลาอยู่ 3 เดือน ทำให้สามารถทำงานได้ตามปกติ และหัวใจเต้นสู่ภาวะปกติ ตนเลยเข้าไปตรวจกับแพทย์อีกครั้งเพื่อตรวจร่างกาย ปรากฏว่า แพทย์บอกว่าตนมีสุขภาพดีขึ้น และไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดแล้ว

จากการพยายามบำบัดรักษาตัวเองครั้งนั้น ทำให้นายกอบโชคมีความเชื่อมั่นในสรรพคุณของสมุนไพรชนิดนี้ จึงทำให้นายกอบโชคผู้เป็นสามีแนะนำให้ภรรยาของตนทานแก้รักษาอาการโรคกระเพาะ รวมถึงคนในครอบครัว เพื่อน และคนใกล้ได้รู้จักกับสมุนไพรชนิดนี้มากขึ้น การใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านกว่า 10 ปีทำให้นายกอบโชคและภรรยาสนใจที่จะขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณกับสาธารณสุขให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตนจึงได้นำสมุนไพรชนิดนี้ไปร่วมวิจัยและพัฒนากับหน่วยงานรัฐและเอกชนต่างๆ เกี่ยวกับฤทธิ์ทางเคมีของสมุนไพร เพื่อทดสอบความปลอดภัยและขนาดในการรับประทานเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม นายกอบโชคก็ไม่ได้ทอดทิ้งภูมิปัญญาชาวบ้านเดิมของเรา เพราะตนได้นำความรู้และงานวิจัยใหม่มาปรับใช้กับภูมิปัญญาชาวบ้านเดิม โดยเลือกผสมผสานสมุนไพรพิ้นบ้านที่รู้จักกันดี อาทิเช่น ต้นกระเพราแดง ขิงแก่ ตะไคร้ ขมิ้นชัน อบเชยเทศเป็นต้นรวมเข้ากันเป็นตำรับยาแต่ละตำรับ จนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรตราเพชรแดง (REDDIAMOND®) ซึ่งขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างถูกกฏหาย ภายใต้การผลิตของโรงงานเปล้าแดงโอสถ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจครอบครัวเล็กๆที่มีฝันอันยิ่งใหญ่อีกธุรกิจหนึ่ง

ปัจจุบันตำรับยาโบราณนี้ได้ถูกสืบทอดถึงรุ่นหลาน คือนางสาวเธียรรินรดี วิสุทธิแพทย์ ผู้มาสานฝันบิดาและคุณย่าของตน ในการทำตลาดให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านมาผสมผสานกับการบริหารธุรกิจแบบสมัยใหม่เพื่อเข้าสู่การแข่งขันในเศรษฐกิจอาเซียนต่อไป